Paragon

posted on 02 Jul 2009 09:45 by a-tukz  in Life

เมื่อวานไปหาซื้อขนมน่ารักน่ากินที่พารากอน จะเอาไปฝากน้อง
เราไม่เคยมาเดินดูของที่ชั้นล่างเลย
เค้าเรียกไรนะ กูร์เมต์ มาร์เกต ปะ
ด้วยความฝังใจว่ามันจะต้องแพงกว่าข้างนอก 555555+
(ก็พวกเคเอฟซีหรือแมคมันแพงกว่าอะ)

แต่พอเดินดูของเมื่อวาน ถ้าของที่ยี่ห้อเดียวกัน
มันก็ไม่ได้แพงกว่าพวกบิ๊กซีโลตัสเลยนี่หว่า
แถมยังได้ขนมที่ไม่ค่อยเจอในเซเว่น (แต่เราอยากกิน) มาอีกเยอะแยะ
ติดใจๆ คราวหน้ามาเดินนี่ดีกว่า
มีขนมให้เลือกเยอะกว่าด้วย...


ซื้อเสร็จก็ไปคิโนะคูนิยะ ได้ "รู้ทันสันดาน Tense" มาเล่มนึง
เอามาสู้กับคะแนน TOEIC รอบที่แล้วที่ออกมาทุเรศมาก ฮี่ๆ
เราเริ่มรู้สึกว่าเราเสียเงินกับหนังสือที่มีสาระน้อยไปหน่อย
ถ้าเทียบกับเรื่องของกิน หรือหนังสือไร้สาระ

แบบว่าพวกหนังสือดีๆ เวลาซื้อจะเสียดายตังค์มาก
แต่พวกหนังสือนิตยสารรายเดือน ทำไมไม่ค่อยเสียดายตังค์ก็ไม่รู้
จนตอนนี้ที่ห้องมีแต่หนังสือขยะ ที่อยากทิ้งเต็มไปหมด
(แต่ก็ทำใจทิ้งไม่ลงซักที...เสียดาย T.T)

ต่อไปจะพยายามเสียเงินกับเรื่องไร้สาระให้น้อยลง...นะ


..........จะพยายาม (จริง จริ๊งงงงงงงงง)

คะแนน TOEIC อันน่าอับอาย

posted on 26 Jun 2009 14:32 by a-tukz  in Life

ไปสอบโทอิคมาเมื่อวันเสาร์ ของเราเลือกรับผลแบบ EMS
เห็นเค้าบอกว่าจะส่งไปรษณีย์ให้ในวันอังคาร
พอถึงวันพุธนี่ ตอนพักเที่ยงแทบอยากกลับไปดูจดหมายที่หอกันเลยทีเดียว 55+
แอบหวังไว้ค่อนข้างมาก (ถึงจะไม่ได้เตรียมตัวไปก็เหอะ)

เพราะ.....

หนึ่ง. หลายคนบอกทำไม่ทัน มีกามั่วบ้าง แต่เค้าก็ยังได้เจ็ดแปดร้อยกันเนอะ
         ส่วนเราทำทันอะ เหลือเวลาสิบห้านาทีด้วยซ้ำ
สอง. เคยลองทำข้อสอบจาก http://www.english-test.net มานิดนึง
         และพอเข้าห้องสอบไปจริงๆ แล้ว เราว่าฟังง่ายกว่าที่เคยฝึกเยอะเลย
สาม. (อันนี้อาจไม่เกี่ยวเท่าไหร่ 55+)
        เราเป็นคนที่ค่อนข้างโชคดีสำหรับข้อสอบแบบชอยส์
        อย่างเช่นตอนสอบเข้า ม.4 วิชาคณิตศาสตร์เราทำไม่ทัน
        เหลือ 1/3 ของข้อสอบทั้งหมด แล้วเราก็กามั่วหมดเลย
        แต่ดันสอบติด แถมยังได้ที่ 2 ของ ร.ร.อีกแน่ะ

        อีกครั้งก็ตอนเอนท์ วิชาชีววิทยาเรากาแบบไม่อ่านเลย
        ย้ำว่า ไม่อ่านข้อสอบเลย ไม่อ่านโจทย์ ไม่อ่านตัวเลือก
        (ถึงอ่านก็ทำไม่ได้อยู่ดีแหละ) แต่คะแนนออกมา 38 คะแนน
        เยอะกว่าเพื่อนบางคนที่อ่านหนังสือซะอีก

        แล้วก็มีสอบตอนมหาลัยอีกเยอะแยะ หลายครั้งมาก
        ที่มักจะทำข้อสอบแบบตัวเลือกได้คะแนนดี เราว่าเรามีดวงด้านนี้

ก็เลยมั่นใจประมาณนึง

แต่... พอคะแนนออกมาจริงๆ

.
.
.
.
.
.
.
.


น้อยมากกกกกกกกกอะ น้อยขั้นรับไม่ได้เลย T.T
เรากะไว้ว่าจะได้มากกว่านี้สักสองร้อยคะแนนด้วยซ้ำ
ผิดหวังในตัวเองมากๆ เสียดายตังค์ด้วย ... เฮ้อออออ


คะแนนพาร์ทฟังก็พอโอเคหน่อย (แต่ก็ยังน้อยอยู่ดี)
แต่คะแนนพาร์ทอ่านนี่ทุเรศมากกก เด็ก ม.ต้นคงได้กันมากกว่านี้ T.T

ทำให้เราเริ่มสำเหนียกตัวเองว่า จริงๆ แล้วเราโง่นะ เราไม่ได้ฉลาดเลย
เราเคยคิดว่าภาษาอังกฤษเราโอเคในระดับนึงไง
เพราะตอนเรียนมหาลัยวิชานี้ก็ได้ B+ ถึง A ตลอด
แถมตอนเรียนวิชา writing อ.ให้เขียน essay ก่อนจะเรียน
แล้วคอมเมนต์เป็นคนๆ ไป ...
เราได้คะแนนเยอะที่สุดในห้อง (29.5/30)
พร้อมทั้ง อ.บอกกับเราว่า
"ครูสงสัยจังเลย ทำไมเธอเรียนสาขานี้ ทำไมไม่เรียนเอกอังกฤษ"
(เราเรียนวิทยาศาสตร์ สถิติ)
"อย่างเธอน่าจะเรียนเอกอังกฤษนะ"
เห็นไหมล่ะๆๆๆๆๆๆ มันน่าหลงตัวเองขนาดไหน

แต่พอเห็นคะแนนออกมาแบบนี้แล้ว..
ก็รู้ว่าที่ผ่านมานี่เราหลงตัวเองแบบผิดๆ มาตลอดเลยนะ

รู้สึกอารมณ์เหมือนอกหักเลยอะ 55+
มันผิดหวัง ยังไงไม่รู้ บอกไม่ถูก


ขอเวลาเตรียมตัวอีกเดือนนึง 1 ส.ค. จะไปสอบใหม่
ดูซิ... ว่าจะได้เท่าไหร่...

 

 


ปล.น้อยของเราคือน้อยจริงๆ ไม่ใช่น้อยของพวกเทพเค้านะ น้อยของคนธรรมดานี่แหละ
แบบว่าถ้าเอาไปสมัครงานมันจะเป็นข้อเสียไปเลยอะ 555+

edit @ 26 Jun 2009 14:33:16 by A-tUkz*

UP

posted on 23 Jun 2009 18:18 by a-tukz  in Webboard

เมื่อวันอาทิตย์ไปดู UP มา
เห็นหลายคนบอกว่าเสียน้ำตาให้เรื่องนี้
แต่เราไม่ได้ร้องไห้อะ ไม่คิดว่ามันซึ้งหรือเศร้าหรือน่ายินดีขนาดนั้น

แต่ถ้าถามว่าชอบไหม ชอบนะ ชอบมากกก
ซึ้งไหม ก็ซาบซึ้งนะ ดูแล้วรู้สึกดี
ออกมาแบบประทับใจ และ... อิ่ม
(หมายถึงอิ่มอกอิ่มใจไรงี้นะ ไม่ใช่อิ่มท้อง 55+)

แต่แล้ว.... เราก็ต้องมาเสียน้ำตาให้กับ UP จนได้
อยากให้ลองอ่านเรื่องนี้ดู

 

 

(เอามาจาก http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9520000070620)

 

 "คอลบี เคอร์ติน" สาวน้อยผู้ป่วย...ที่ดู Up ได้วิเศษกว่าใคร

ocregister - จากวินาทีแรกที่สาวน้อยวัย 10 ขวบอย่าง "คอลบี เคอร์ติน" ได้ชมตัวอย่างของ Up หนังการ์ตูนสุดดังของค่าย Pixar เธอก็มีความรู้สึกเหมือนกับเด็กทั่วๆ ไปที่อยากดูมันมากเหลือเกิน แต่ที่แตกต่างจากเด็กคนอื่นก็คือเธอเป็นมะเร็ง และกำลังจะเสียชีวิตจากโรคร้ายอีกไม่กี่วัน
       
       คอลบี เคอร์ติน ถูกตรวจพบเป็นโรคมะเร็งที่หายากอย่างมะเร็งเส้นเลือด (vascular cancer) เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ซึ่งจากการเปิดเผยของ ลิซา เคอร์ติน ผู้เป็นแม่อาการของคอลบีเริ่มทรุดหนักเมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมา จนเธอไม่สามารถที่จะเดินทางไปยังโรงภาพยนตร์เพื่อดูหนังที่เธอตั้งใจจะดูเป็นเรื่องสุดท้ายได้
       
       หลังจากเพื่อนของครอบครัวได้พยายามโทรติดต่อกับทาง Pixar เพื่อขอความช่วยเหลือสำหรับคำขอร้องก่อนตายของคอลบี ซึ่งทาง Pixar ก็ได้ตอบรับในทันที
       
       บริษัทได้ส่งพนักงานคนหนึ่งบินมายังบ้านของคอลบีที่ฮันติงตัน บีช แคลิฟอร์เนีย เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. พร้อมกับดีวีดีต้นฉบับของ Up ซึ่งมีฉายเฉพาะที่โรงภาพยนตร์เท่านั้น เพื่อให้หนูน้อยได้ดูอย่างเป็นส่วนตัวพร้อมกับสมาชิกในครอบครัวและเพื่อนๆ ที่มาให้กำลังใจ
       
       แอนิเมชั่นชิ้นนี้เริ่มต้นด้วยการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างสามีและภรรยาผู้รักการผจญภัยตั้งแต่ยังเด็กจนถึงวัยชรา จนเมื่อสามีเฒ่าต้องเสียภรรยาสุดที่รักไป ชายแก่ได้รับมือกับการสูญเสียนั้นด้วยการนำบ้านทั้งหลังลอยไปกับลูกโป่งนับพัน และเริ่มการผจญภัยในท้องฟ้าไปกับเด็กชายแปลกหน้าอีกคน
       
       หลังจาก 7 ชั่วโมงที่เธอดูหนังเรื่องนี้เสร็จ สาวน้อยคอลบีก็สิ้นใจ
       
       ในพิธีศพเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ผู้เป็นแม่ของสาวน้อยเผยถึงความประทับใจที่ Pixar และ Up ได้มีส่วนร่วมในวันสุดท้ายของลูกสาวคนเดียวของเธอ
       
       "ตอนที่ฉันดู ฉันไม่รับรู้ว่าหนังกำลังพูดถึงอะไร ฉันรู้แค่ชื่อมันเรียกว่า 'ขึ้น' และเห็นบอลลูนเต็มไปหมด และฉันสาบานต่อคุณได้ สำหรับฉันมันหมายถึงคอลบีได้ขึ้นไป 'ขึ้น' ไปบนสวรรค์" แม่วัย 46 กล่าวต่อผู้สื่อข่าว
       
       ทางตัวแทนของ Pixar ปฎิเสธที่จะให้ความเห็นต่อเหตุการณ์ครั้งนี้รวมทั้งไม่เปิดเผยชื่อพนักงานบริษัทที่จัดส่งหนังไปถึงครอบครัวของคอลบีด้วย
       
       *****************
       
       ตัวอย่างหนัง
       
       คอลบีถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง vascular cancer เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. ปี 2005 หลังจากแพทย์ได้พบเนื้องอกที่ตับของเธอ ในตอนที่เธอเสียชีวิต ท้องของเธอวัดรอบได้ถึง 94 นิ้ว อันเกิดจากการบวมของของเหลวที่มะเร็งไปขัดขวางไม่ให้ร่างกายของเธอย่อยอาหารอย่างปกติ ขณะที่น้ำหนักตัวของเธอทั้งหมดมีอยู่แค่ 45 ปอนด์เท่านั้น
       
       คอลบีเคยเรียนอยู่ในโรงเรียนประถม Newport Elementary School และได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่สร้างเสียงหัวเราะให้กับคนรอบข้าง
       
       จนเมื่อวันที่ 28 เม.ย. เธอได้มีโอกาสไปดูหนังการ์ตูนสามมิติของค่าย Dream Works อย่าง Monsters Vs. Aliens แต่สิ่งที่สร้างความประทับใจให้กับเธอได้แก่ตัวอย่างของหนัง Pixar เรื่อง Up นั่นเอง
       
       "หลังจากนั้นเป็นต้นมา เธอได้แต่พูดว่า 'หนูต้องดูหนังเรื่องนี้ให้ได้ มันดูแจ๋วมากๆ' " เพื่อนบ้านของเธอกล่าว
       
       ทางแม่เผยว่าคอลบีเป็นแฟนหนัง และที่ทำให้เธอสนใจหนังของ Pixar เป็นพิเศษก็เพราะความเป็นคนรักสัตว์ของเธอนั่นเอง
       
       แต่ให้หลังอีกเพียง 2 วันอาการของคอลบีก็ทรุดหนักลง เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.ทางแม่ของเธอได้โทรไปขอเก้าอี้รถเข็นกับทางบริษัทผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ป่วยอนาถาเพื่อคอลบีจะได้นั่งรถเข็นไปดู Up ในโรงได้ แต่หลังจากสุดสัปดาห์ผ่านไปรถเข็นก็ยังไม่มาส่ง
       
       จนวันที่ 9 มิ.ย. คอลบีก็ไม่อยู่ในสภาพที่จะเดินทางไปยังโรงหนังได้อีกแล้ว และทางครอบครัวก็กลัวว่าเธอจะจากไปโดยไม่อาจได้ดูหนังที่เป็นสิ่งปรารถนาครั้งสุดท้ายนี้
       
       จนถึงขั้นนี้ เทอร์เรล ออรัม มัวร์ เพื่อนบ้านของคอลบีที่อยากทำให้ความหวังครั้งสุดท้ายของสาวน้อยเป็นจริง ได้เริ่มต้นโทรไปทั้งที่ Pixar และ Disney เพื่อลุ้นว่าจะมีใครให้ความช่วยเหลือได้บ้าง
       
       สำนักงานของ Pixar มีระบบโทรศัพท์ตอบรับอัตโนมัติ ซึ่งออรัม มัวร์จะไม่มีทางได้คุยกับใครได้ถ้าเธอไม่รู้จักคนที่ทำงานอยู่ในนั้น เธอจึงเริ่มเดาชื่อ จากนั้นระบบคอมพิวเตอร์จึงต่อสายเธอไปยังคนที่สามารถช่วยเหลือเธอได้
       
       เมื่อทางเจ้าหน้าที่ของ Pixar ได้รับรู้เรื่องราวของคอลบี พวกเขาก็ตกลงให้ความช่วยเหลือทันที โดยจะส่งคนของบริษัทมาที่บ้านของคอลบีในวันถัดมา พร้อมกับดีวีดี Up
       
       หลังจากได้รับข่าวดี ออรัม มัวร์ก็โทรบอกลิซาผู้เป็นแม่ของสาวน้อยทันที ซึ่งเธอได้ถามลูกสาวที่กำลังป่วยหนักไปว่า
       
       "หนูคิดว่าจะทนรอไหวไหม"
       
       "หนูพร้อมแล้ว(ที่จะตาย) แต่หนูจะรอดูหนังเรื่องนั้น" สาวน้อยกล่าวถึงความตั้งใจกับผู้เป็นแม่
       
       *****************
       
       ตัวหนัง
       
       จนเมื่อเวลาเที่ยงครึ่งของวันนัดหมาย พนักงานของ Pixar ก็เดินทางมาถึงบ้านของคอลบีพร้อมกับดีวีดี
       
       เขามาพร้อมกับกระเป๋าที่เต็มไปด้วยตุ๊กตาสัตว์ที่เป็นตัวละครอยู่ในหนัง พร้อมทั้งโปสเตอร์หนัง เขาได้เล่าถึงเบื้องหลังคร่าวๆ ของการทำหนังเรื่องนี้ ก่อนที่สมาชิกทั้งหมดจะมารวมกลุ่มเพื่อดู Up ด้วยกัน
       
       คอลบีแทบจะไม่รับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นบนจอทีวีเพราะความเจ็บปวดของโรคร้ายทำให้เธอแทบจะไม่สามารถลืมตาได้ จนผู้เป็นแม่ต้องคอยบรรยายให้เธอฟังตลอดทั้งเรื่อง
       
       พอหนังจบลง ผู้เป็นแม่ก็ถามลูกสาวว่าชอบหนังเรื่องนี้ไหม โคลบีก็พยักหน้าเป็นการยอมรับ
       
       พนักงานคนนั้นกลับไปหลังจากหนังจบ โดยนำดีวีดีกลับไปกับเขาด้วย
       
       "เขาไม่สามารถมีน้ำใจได้มากไปกว่านี้แล้ว" แคโรล ลินช์ เพื่อนบ้านที่มาดูหนังเรื่องนี้ด้วยกล่าว "ตาเขาชุ่มไปด้วยน้ำตา"
       
       หลังจากหนังจบ ไมเคิล เคอร์ติน ผู้เป็นพ่อที่หย่าร้างกับแม่ได้เดินทางมาถึงที่บ้าน
       
       คอลบีสิ้นใจในบ้านของพ่อและแม่ตอนสามทุ่มยี่สิบนาที
       
       หนึ่งในของฝากที่พนักงานของ Pixar ได้มอบให้กับคอลบีก็คือ "หนังสือบันทึกผจญภัย" ซึ่งเป็นหนังสือที่ตัวละครภรรยาในหนังใช้จดบันทึกเส้นทางการผจญภัยในชีวิตของเธอ
       
       "ฉันคงต้องบันทึกการผจญภัยเหล่านั้นแทนเธอ" แม่ระลึกถึงลูกสาว